Energy Transfer

Food Chain

ห่วงโซ่อาหาร – ความสัมพันธ์เชิงอาหารระหว่างสิ่งมีชีวิตโดยการกินกันเป็นทอดๆ หรือเป็นการถ่ายทอดพลังงานในรูปอาหารจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค และจากผู้บริโภคสู่ผู้บริโภคลำดับถัดไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ห่วงโซ่อาหาร

ห่วงโซ่อาหารแบ่งเป็น3อย่าง

  • ห่วงโซ่อาหารแบบจับกิน (Predator chain)
  • ห่วงโซ่อาหารแบบปรสิต (Parasitic chain)
  • ห่วงโซ่อาหารแบบเศษอินทรีย์ (Detritus chain)

สายใยอาหาร

สายใยอาหาร – การกินกันเป็นทอดๆ มีลักษณะเป็นเส้นตรง สิ่งมีชีวิตหนึ่ง จะมีการกินอาหารเพียงชนิดเดียวเท่านั้น เป็นลำดับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สายใยอาหาร

พลังงานที่ถ่ายทอดจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปยังอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งในแต่ละลำดับขั้นมีประมาณ 10% ทั้งหมด อีก 90% จะสูญเสียไปในรูปของพลังงานอื่นๆ เช่น ความร้อน การหายใจ

Ecological pyramid

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Ecological pyramid

พีระมิดนิเวศ – ความสัมพันธ์เชิงอาหารระหว่างสิ่งมีชีวิตคล้ายกับห่วงโซ่อาหาร แต่แสดงผลเป็นแผนภาพรูปแท่งซ้อนๆกัน ตามลำดับขั้นของการกิน

รูปแบบของพีระมิดนิเวศ

  • พีระมิดจำนวนของสิ่งมีชีวิต (Pyramid of numbers) – แต่ละขั้นแสดงให้เห็นจำนวนสิ่งมีชีวิตในแต่ละลำดับขั้นของ ห่วงโซ่อาหารต่อหน่วยพื้นที่หรือปริมาตร สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนยอดสุดของพีระมิดถูกรองรับ โดยสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก
  • พีระมิดมวลของสิ่งมีชีวิต (Pyramid of mass) – คล้ายกับพีระมิดจำนวนแต่ขนาดของพีระมิดแต่ละขั้นจะบอก ถึงปริมาณหรือมวลชีวภาพของ สิ่งมีชีวิตในแต่ละลำดับขั้น ของห่วงโซ่อาหาร
  • พีระมิดพลังงานของสิ่งมีชีวิต (Pyramid of energy) – แสดงค่าพลังงานในสิ่งมีชีวิตแต่ละหน่วยมีหน่วยเป็นกิโลแคลอรีต่อตารางเมตรต่อปี

Hydrologic Cycle in Ecosystem

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Hydrologic Cycle in Ecosystem

จากภาพพลังงานจากแสงอาทิตย์  ทำให้น้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ  ระเหยกลายเป็นไอ รวมทั้งน้ำในดินด้วย  ส่วนพืชมีการคายน้ำออกสู่บรรยากาศเช่นกัน  น้ำเหล่านี้จะรวมตัวกันเป็นไอน้ำและเมื่อลอยสูงขึ้นสู่บรรยากาศก็รวมตัวกันเป็นเมฆ  แล้วตกลงมาเป็นฝน  บางส่วนถูกดูดเก็บไว้ในดิน  ส่วนที่ไม่ได้ดูดเก็บไว้ก็ไหลลงสู่ลำธาร  แม่น้ำ  ทะเลสาบ  แล้วลงสู่มหาสมุทรต่อไป  น้ำในดินถ้าลงชั้นหินใต้ดินที่เก็บน้ำไว้ได้ก็จะเป็นแหล่งน้ำบาดาล ซึ่งอาจกลับขึ้นสู่ผิวโลกตามธรรมชาติ  เป็นน้ำพุร้อนหรือด้วยการขุดเจาะน้ำกลับมาใช้ได้หรือไหลออกไปสู่ทะเล น้ำส่วนที่อยู่ในดินชั้นบนก็ถูกดูดมาใช้โดยพืชได้ สัตว์ได้รับน้ำโดยตรงจากแหล่งน้ำหรือจากพืช แล้วปล่อยน้ำออกมากับของเสียและการหายใจกลับสู่บรรยากาศ  จึงเห็นได้ว่าน้ำสามารถหมุนเวียนเข้าสู่สิ่งมีชีวิตแล้วกลับคืนออกไปได้

Nitrogen Cycle

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนแปลงสภาพของธาตุไนโตรเจน และสารประกอบไนโตรเจนตามสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนด้วยกระบวนการทางเคมี และการย่อยสลายของจุลินทรีย์ ทั้งในสิ่งมีชีวิต อากาศ ดิน หิน และน้ำ จากระบบหนึ่งไปสู่ระบบหนึ่ง หมุนเวียนเป็นวัฏจักร

phosphorus cycle

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ phosphorus cycle

การเปลี่ยนแปลงสภาพของธาตุฟอสฟอรัส และสารประกอบฟอสฟอรัสตามสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนด้วยกระบวนการทางเคมี และการย่อยสลายของจุลินทรีย์ ทั้งในหิน ดิน น้ำ และสิ่งมีชีวิต จากระบบหนึ่งไปสู่ระบบหนึ่ง หมุนเวียนเป็นวัฏจักร และวัฏจักรของฟอสฟอรัสเป็นวัฎจักรเดียวที่มีแค่ 2 ภาคคือบนบก/น้ำและใต้ดิน ต่างจากวัฏจักรอื่นๆที่มี 3 ภาค คือ อากาศ บนบก/น้ำ และใต้ดิน

sulfur cycle

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sulfur cycle

การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนรูปของสารประกอบซัลเฟอร์จากระบบหนึ่งไปสู่ระบบหนึ่ง ทั้งจากในหิน ดิน น้ำ พืช สัตว์ และอากาศ หมุนเวียนเป็นวัฏจักร กำมะถันพบได้ในสภาพแวดล้อมหลายแห่ง พื้นผิวโลกเป็นแหล่งใหญ่ของกำมะถัน คิดเป็น 95% รองลงมาคือ ในแหล่งน้ำมีประมาณ 5% 

ECOLOGY

What is Ecology?

Ecology คือ ศาสตร์แห่งความสัมพันธ์

สิ่งแวดล้อมแบ่งออกเป็น2ประเภทคือ

1 สิ่งแวดล้อมแบบมีชีวิต (Biotic factors) หรือปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อาศัยอยู่บนโลก

2 สิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต (Abiotic factors) หรือปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ แสงสว่าง อุณหภูมิ น้ำและความชื้น กระแสลม อากาศ ความเค็ม กรด-เบส แร่ธาตุ ไฟ แก๊ส

กว่าจะมาเป็น Biosphere

เริ่มจาก

Organism หรือสิ่งมีชีวิต คือสิ่งที่มีตัวตน สามารถเคลื่อนที่ได้ ต้องการอาหาร ต้องการที่อยู่อาศัย และสืบพันธ์ได้

เมื่อหลายๆสิ่งมีชีวิตรวมตัวกันก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า

Population หรือประชากร คือสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันอยู๋ในสถานที่เดียวกันในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง

เมื่อหลายๆประชากรรวมกันก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า

Community หรือสังคม คือประชากรที่มีปฏิสัมพันธ์กัน ที่มีความเหมือนกันทางที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมทั่วไปและพึ่งพาซึ่งกันและกัน

เมื่อหลายๆสังคมรวมกันก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า

Ecosystem หรือระบบนิเวศ คือประชากรที่รวมตัวกันอยู่ในสังคมหนึ่งๆที่ก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

และเมื่อหลายๆระบบนิเวศรวมกันก็ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Biosphere

Biosphere คือชีวิตที่สนับสนุนการเคลื่อนย้ายของโลกประกอบด้วยอากาศ ที่ดิน น้ำจืด และน้ำเค็ม ซึ่งBiosphere คือระดับสูงสุดของการจัดระบบ

Habitat vs Niche

>Habitat แหล่งที่อยู่ : สถานที่ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ แหล่งที่อยู่ของมด กิ้งกือ เห็ด ฯลฯ สระน้ำเป็นแหล่งที่อยู่ของปลา จอกแหน เป็นต้น

>Niche ชีพพิสัย : รูปแบบวิถีการดำเนินชีวิตของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งตั้งแต่เกิดจนตาย

Feeding Relationships

  • Producer ผู้ผลิต  Consumer ผู้บริโภค
  • Perdator นักล่า  Prey เหยื่อ
  • Parasite ปรสิต  Host ผู้ให้อาศัย

Producer ผู้ผลิต : พืชสีเขียวที่สามารถสร้างอาหารด้วยตัวเองโดยการสังเคราะห์แสงได้

Comsumer ผู้บริโภค : สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารด้วยตนเองได้ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

  • Herbivores กินพืช เช่น กระต่าย ม้าลาย ฮิปโป แรดดำ แรดขาว กวางมูส
  • Carnivores  กินสัตว์ เช่น เสือ สิงโต หมีสีน้ำตาล พังพอน หมา แมว
  • Omnivoresกินทั้งพืชและสัตว์ เช่น คน เป็ด ไก่ สุกร หนู
  • Scavengers กินซาก เช่น แร้ง ปลวก ไส้เดือนดิน กิ้งกือ หอย ด้วง

Decomposers ผู้ย่อยสลาย : สิ่งมีชีวิตที่ย่อยสลากซากต่างๆ เช่น เห็ด รา

Symbiotic Relationships

Commensalism (ภาวะอิงอาศัย) สิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันโดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้หรือไม่เสียประโยชน์ เช่น ฉลามและเหาฉลาม กล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่

  • อยู่ด้วยกัน : +,0
  • แยกจากกัน : -,0

Parasitism (ภาวะปรสิต) สิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันโดยสามารถแบ่งออกได้เป็น ปรสิต (parasite) และผู้ถูกอาศัย (host) เช่น เห็บกับหมา กาฝากกับต้นไม้ใหญ่

  • อยู่ด้วยกัน : +,-
  • แยกจากกัน : -,0

Mutualism (ภาวะพึ่งพา) เป็นภาวะที่สิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดจ่างช่วยเหลือกันและกันแต่ต้องอยู่ด้วยกันตลอด ไม่สามารถแยกกันได้ เช่น โปรโทซัวในลำไส้ปลวก

  • อยู่ด้วยกัน : +,+
  • แยกจากกัน : -,-

Biome

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ไบโอมบนบก (terrestrial biomes) ใช้เกณฑ์ปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิเป็นตัวกำหนด ไบโอมบนบกที่มีอยู่ในโลกนี้แบ่งออกได้หลายไบโอม แต่ไบโอมบนบกที่สำคัญที่จะกล่าวถึง ได้แก่ ไบโอมป่าดิบชื้น ไบโอมป่าผลัดใบในเขตอบอุ่น ไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น ไบโอมสะวันนา ไบโอมป่าสน ไบโอมทะเลทราย และไบโอมทุนดรา  

ป่าดิบชื้น (tropical rain forest) พบได้ในบริเวณใกล้เขตเส้นศูนย์สูตรของโลกในทวีปอเมริกากลาง ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชียตอนใต้ และบริเวณบางส่วนของหมู่เกาะแปซิฟิก ลักษณะของภูมิอากาศร้อนและชื้น มีฝนตกตลอดปี ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 200-400 เซนติเมตรต่อปี ในป่าชนิดนี้พบพืชและสัตว์หลากหลายนับพันสปีชีส์ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไบโอมป่าดิบชื้น

ป่าผลัดในใบเขตอบอุ่น (temperate deciduous forestพบกระจายทั่วไปในละติจูตกลาง ซึ่งมีปริมาณความชื้นเพียงพอที่ต้นไม้ใหญ่จะเจริญเติบโตได้ โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 100 เซนติเมตรต่อปีและมีอากาศค่อนข้างเย็น ในป่าชนิดนี้ต้นไม้จะผลัดใบก่อนที่จะถึงฤดูหนาวและจะเริ่มผลิใบอีกครั้งจากฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้ว ต้นไม้ที่พบมีหลากหลายทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม รวมถึง ไม้ล้มลุก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ป่าผลัดใบในเขตอบอุ่น

ป่าบอเรียล ( Temperate boreal forest ) ป่าสน (coniferous forest) และป่าไทกา (taiga) เป็นป่าประเภทเดียวกันที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดปีพบได้ทางตอนใต้ของแคนาดา ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปเอเชีย และยุโรป ในเขตละติจูตตั้งแต่ 45-67 องศาเหนือ ลักษณะของภูมิอากาศมีฤดูหนาวค่อนข้างยาวนาน อากาศเย็นและแห้งพืชเด่นที่พบ ได้แก่ พืชจำพวกสน เช่น ไพน์ (pine) เฟอ (fir) สพรูซ (spruce) และเฮมลอค (hemlok) เป็นต้น

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ทุ่งหญ้า (Chaparral) มีลักษณะคล้ายซาวันน่าแต่พบใกล้ชายฝั่ง ลักษณะเด่นคือ มีลมฝนพัดผ่านในช่วงฤดูหนาว และอากาศจะร้อนแห้งในช่วงฤดูร้อน พืชที่พบหนาแน่นจะเป็นพวกไม้พุ่มเตี้ยเขียวชอุ่มตลอดปีกลุ่มสิ่งมีชีวิตจะปรับตัวไปตาม periodic fires เช่นบริเวณ Central & Southern California coastal area

ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น (grassland) หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ทุ่งหญ้าแพรี่ (prairie) ในตอนกลางของทวีปอเมริกาเหนือและทุ่งหญ้าสเตปส์(steppes) ของประเทศรัสเซีย เป็นต้น สภาพภูมิอากาศมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 25-50 เซนติเมตรต่อปี ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นนี้เหมาะสำหรับการทำการกสิกรรมและปศุสัตว์ เพราะดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง มีหญ้านานาชนิดขึ้นอยู่ ส่วนใหญ่พบมีการทำเกษตรกรรมควบคู่ในพื้นที่นี้ด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น (grassland)

สะวันนา (savanna) เป็นทุ่งหญ้าที่พบได้ในทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปออสเตรเลีย และพบบ้างทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ลักษณะของภูมิอากาศร้อน พืชที่ขึ้นส่วนใหญ่เป็นหญ้าและมีต้นไม้ขึ้นกระจายเป็นหย่อม ๆ ในฤดูร้อนมักมีไฟป่า เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สะวันนา

ทะเลทราย (desert) พบได้ทั่วไปในโลก ซะที่ไหนเล่า ในพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยน้อยกว่า 25 เซนติเมตรต่อปี ทะเลทรายบางแห่งร้อนมากมีอุณหภูมิเหนือผิวดินสูงถึง 60 องศาเซลเซียสตลอดวัน บางแห่งค่อนข้างหนาวเย็น พืชที่พบในไบโอมทะเลทรายนี้มีการป้องกันการสูญเสียน้ำโดยใบเปลี่ยนรูปเป็นหนาม ลำต้นอวบเก็บสะสมน้ำ ทะเลทรายที่รู้จักกันโดยทั่วไปได้แก่ ทะเลทรายซาฮารา (Sahara) ในทวีปแอฟริกา ทะเลทรายโกบี (Gobi) ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและทะเลทรายโมฮาวี (Mojave) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทะเลทราย

ทุนดรา (tundra) เป็นเขตที่มีฤดูหนาวค่อนข้างยาวนานฤดูร้อนช่วงสั้น ๆ ลักษณะเด่นคือ ชั้นของดินชั้นบนลงไปจะจับตัวเป็นน้ำแข็งอย่างถาวร ทุนดราพบทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ และยูเรเซีย พบพืชและสัตว์อาศัยอยู่น้อยชนิด ปริมาณฝนน้อยมาก ฤดูร้อนช่วงสั้นๆ น้ำแข็งที่ผิวหน้าดินจะละลาย แต่เนื่องจากน้ำมาสามารถซึมผ่านลงไปในชั้นน้ำแข็งได้จึงท่วมขังอยู่บนผิวดิน ทำให้ปลูกพืชได้ในระยะสั้นๆ พืชที่พบจะเป็นพวกไม้ดอกและไม้พุ่ม นอกจากนี้ยังพบสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ เช่น ไลเคนด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทุนดรา

แนะนำตัว

ชื่อ:นางสาวน้ำเพชร โคตัน

ชื่อเล่น:ฟ้า

วันเดือนปีเกิด: 24 เมษายน 2547

อายุ:15ปี

กรุ๊ปเลือด:O

ศาสนา:พุทธ

วิชาที่ชอบ:ฟิสิกส์

งานอดิเรก:อ่านหนังสือ📖 ดูหนังที่เป็นเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์(เรื่องที่ชอบมากที่สุดคือ contact) ฟังเพลง วาดรูป

ความสามารถพิเศษ:เต้นลีลาศ💃🏼 พูดภาษาจีน เล่นดนตรี(อูคูเลเล่) วาดรูป 🎨

ศิลปินที่ชอบ:พี่ปอ whalanddolph

คติประจำใจ

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ขนาดหนอนยังกลายเป็นผีเสื้อ